ชุดทดสอบสเตียรอยด์ในยาแผนโบราณ (Steroid) เทคนิค IC



ชุดทดสอบสเตียรอยด์ในยาแผนโบราณ (Steriod) เทคนิค IC

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสารสเตียรอยด์

                      สเตียรอยด์ เป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นจากต่อมหมวกไตชั้นนอก เพื่อควบคุมระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกาย ทางการแพทย์จึงได้มีการสังเคราะห์สเตียรอยด์ขึ้นเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการรักษาโรคต่างๆ ซึ่งใช้ยาเฉพาะที่ เช่น ยาที่ใช้บริเวณผิวหนัง ตา หู คอ จมูกและปาก สเตียรอยด์จัดเป็นยาควบคุมพิเศษที่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง จึงจะเกิดความปลอดภัยเนื่องจากมีความเป็นพิษสูง ต้องให้แพทย์เป็นผู้สั่งจ่ายเท่านั้น ร้านขายยาไม่สามารถจำหน่ายได้หากไม่มีใบสั่งยาจากแพทย์

                     การใช้ยาอย่างไม่ถูกต้องหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์เป็นปัญหาที่สำคัญที่มักเกิดขึ้นกับผู้ใช้ยา ในปัจจุบันโดยเฉพาะปัญหาการใช้ยาแผนปัจจุบันและยาแผนโบราณรูปแบบต่างๆ เช่น ยาฉีด ยาเม็ด ยาทาภายนอกและยาผง เป็นต้น เนื่องจากยาที่มีส่วนผสมของสารสเตียรอยด์เป็นยาออกฤทธิ์เร็วและให้ความรู้สึกที่ดีขึ้นในทันที จึงทำให้มีผู้เห็นแก่ได้ลักลอบนำไปจัดเป็นยาชุด หรือนำไปผสมในยาลูกกลอน ยาสมุนไพร และโฆษณาชวนเชื่ออวดอ้างสรรพคุณเกินจริงว่าสามารถรักษาโรคได้สารพัด เช่น เบาหวาน มะเร็ง ความดันโลหิตสูง รูมาตอยด์ ภูมิแพ้ หอบหืด อัมพฤกษ์และอัมพาต เป็นต้น ทั้งนี้หากรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานานจะมีผลต่อระบบร่างกาย ทำให้กลไกการทำงานต่างๆ เสียไปและอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

อันตรายจากการใช้สเตียรอยด์ เนื่องจากสเตียรอยด์เป็นยาซึ่งมีผลต่อระบบต่างๆในร่างกายแทบทุกระบบ การใช้สเตียรอยด์อาจนำไปสู่อันตรายหลายประเภทที่สำคัญ ได้แก่

  1. การติดเชื้อ การใช้สเตียรอยด์ในขนาดสูงมีผลกดภูมิต้านทานของร่างกาย ทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และโดยเฉพาะอย่างยิงเชื้อราได้ง่าย นอกจากนี้สเตียรอยด์ยังอาจบดบังอาการแสดงของโรคติดเชื้อ ทำให้ตรวจพบโรคเมื่อมีอาการรุนแรงแล้ว
  2. กดการทำงานของระบบที่ควบคุมการหลั่งฮอร์โมน ระบบที่ทำหน้าที่ควบคุมการหลั่งสเตียรอยด์ฮอร์โมน ประกอบด้วยอวัยวะที่สำคัญในร่างกาย 3 แห่ง ด้วยกัน คือ ฮัยโปธาลามัส (Hypothalamus) ต่อมพิทูอิตารี (Pituitary gland) และต่อมหมวกไต (Adrenal gland) ในภาวะที่ร่างกายมีระดับคอร์ติโซล (Cortisol) ในเลือดสูงจะมีการกระตุ้นจากฮัยโปธาลามัสไปยังต่อมหมวกไตให้ลดการสร้างสเตียรอยด์ ในทางตรงกันข้ามถ้าระดับของคอร์ติโซลต่ำ จะมีผลกระตุ้นให้ต่อมหมวกไต สร้างฮอร์โมนนี้เพิ่มขึ้น การให้สเตียรอยด์ขนาดสูงจะไปกดการทำงานของระบบอวัยวะที่ทำหน้าที่สร้างและควบคุมการหลั่งฮอร์โมนชนิดนี้ ซึ่งจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับขนาดของยาที่ได้รับและระยะเวลาในการใช้ยาและเมื่อหยุดใช้ยานี้แล้ว ร่างไม่สามารถสร้างฮอร์โมนนี้ได้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายโดยเฉพาะเมื่อร่างกายอยู่ในภาวะเครียด
  3. แผลในกระเพาะอาหาร สเตียรอยด์มีผลทำให้เยื่อบุกระเพาะอาหารบางลง และยับยั้งการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ทดแทนเนื้อเยื่อเก่าที่หลุดไป บางรายพบว่ามีการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้นด้วย การใช้สเตียรอยด์อาทำให้มีอาการกระเพาะอาหารทะลุหรือเลือดออกในกระเพาะอาหารได้โดยไม่มีอาการปวดมาก่อน
  4. ผลกระทบต่อระบบประสาทส่วนกลาง สเตียรอยด์อาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพและอารมณ์ของผู้ใช้ยาได้ การใช้ยาขนาดสูงจะทำให้เกิดอารมณ์เป็นสุข จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ใช้ยามีอาการติดยา นอกจากยังพบอาการไม่พึงประสงค์อื่นๆ เช่น นอนไม่หลัง เจริญอาหาร กระสับกระส่าย และหงุดหงิด
  5. กระดูกผุ (Oxteoporosid) การใช้สเตียรอยด์ติดต่อกันเป็นเวลานาน มีผลทำให้กระดูกผุได้ ดังนั้นผู้ที่มีแนวโน้มที่จะเกิดกระดูกผุอยู่แล้ว เช่น ผู้สูงอายุ คนที่เป็นโรคไขกระดูก ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยานี้ติดต่อกันเป็นเวลานาน
  6. ยับยั้งการเจริญเติบโตของร่างกาย เนื่องจากสเตียรอยด์มีผลยับยั้งการเจริญเติบโตของเด็ก 
  7. ทำให้ระดับโปแตสเซียมในเลือดต่ำ ผลของสเตียรอยด์ ทำให้ร่างการสูญเสียเกลือโปแตสเซียมทางปัสสาวะมาก ซึ่งป้องกันได้โดยให้ลดการกินโซเดียม และกินอาหารที่โปแตสเซียมสูงแทน เช่น ส้ม กล้วย ผู้ที่มีระดับโปแตสเซียมต่ำมาก อาจมีผลทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย กล้ามเนื้อไม่มีแรงและหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือหยุดเต้นได้
  8. ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง การใช้ยาสเตียรอยด์เป็นระยะเวลานาน จะทำให้มีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกล้ามเนื้อบริเวณต้นขาและแขน ซึ่งเมื่อลดขนาดยาลงก็จะมีผลทำให้อาการดีขึ้นและต้องใช้เวลานานหลายเดือนกว่าจะเป็นปกติ
  9. ผลต่อตา ยาหยอดตาบางชนิดมีส่วนผสมของสารสเตียรอยด์ หากใช้ไปนานๆ อาจทำให้ความดันลูกตาสูงขึ้นและมีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายบางรายอาจทำให้ตาบอดได้
  10. ผลต่อผิวหนัง สเตียรอยด์ในรูปของยาทาภายนอก มีผลทำให้ผิวหนังบางเป็นรอยแตกและมีลักษณะเป็นมัน การใช้สเตียรอยด์ที่สูตรโครงสร้างมีฟลูออไรด์เป็นองค์ประกอบ ถ้าทาบริเวณใบหน้าอาจจะทำให้หน้ามีผื่นแดง และมีอาการอักเสบของผิวหนังรอบๆ ในบางรายอาจมีสิวเกิดขึ้นด้วย
  11. ฤทธิ์และอาการไม่ถึงประสงค์อื่นๆ สเตียรอยด์มีผลทำให้เกิดลักษณะที่เรียกว่า Cushing’Sundrome ลักษณะพบในผู้ป่วยประเภทนี้ เช่น อ้วน ขนดก ระบบประจำเดือนผิดปกติ ความดันโลหิตสูง กล้ามเนื้อไม่มีแรง ปวดหลัง เป็นสิว มีอาการทางจิต หัวใจล้มเหลวและบวมน้ำ เป็นต้น

ประโยชน์ของชุดทดสอบ

  1. ใช้เป็นวิธีทดสอบเบื้องต้น สำหรับตรวจหาเดกซาเมทาโซน (Dexamethasone) และเพรดนิโซโลน (Prednisolone) ที่ปนปลอมในยาแผนโบราณด้วยเทคนิคอิมมูโนโครมาโทกราฟี (IC)
  2. วิธีใช้สะดวกและรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพเหมาะสำหรับ ใช้ในห้องปฏิบัติการ ทั่วไป ในภาคสนามและประชาชนทั่วไป
  3. สนับสนุนงานคุ้มครองผู้บริโภคในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ และใช้ประโยชน์ในการวินิจฉัยและบำบัดรักษาผู้ป่วยที่รับประทานยาที่ผสมสารสเตียรอยด์
  4. ลดงานตรวจวิเคราะห์ในเบื้องต้น คงไว้เฉพาะการตรวจยืนยันในห้องปฏิบัติการ

ความไวของชุดทดสอบ 

             ปริมาณต่ำสุดที่ตรวจได้ที่ความเข้มข้น  1 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตรสำหรับเดกซาเมทาโซน และ ความเข้มข้น 50 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตรสำหรับเพรดนิโซโลน

ขนาดบรรจุ :

  • 1 Test/Set ราคา 65.- บาท
  • 5 Test/Set ราคา 300.- บาท
  • 10 Test/Set ราคา 600.- บาท
  • 20 Test/Set ราคา 1,100.- บาท

สั่งซื้อได้ที่ : ร้านผลิตภัณฑ์กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข  (อาคาร 10 ชั้น 1 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์)

                 ที่อยู่ : 88/7 ถ.ติวานนท์ ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000

                 โทรศัพท์.0 2951 0000 ต่อ 98463,98450

Line ID : 0988818808

หน่วยงานภายใน